Posted: 24 May 2017 05:05 AM PDT    (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในมาเลเซียเมื่อมีการดำเนินคดีกับสื่อมาเลเซียกินี กระบอกเสียงสำคัญในการต่อต้านรัฐบาล หลังมีการถ่ายทอดสดการวิจารณ์กรณีที่เกียวข้องกับการทุจริตอื้อฉาวใหญ่โตของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2560 เอเชียเซนทิเนลรายงานว่ารัฐบาลมาเลเซียมีจัดการกับคนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ โดยในตอนนี้หันมาเล่นงานสื่อมาเลเซียกินีซึ่งเป็นสื่ออิสระที่ทรงอิทธิพลในมาเลเซีย และเริ่มมีการคุมขังนักกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น

องค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลและอาร์ติเคิล 19 ประณามการดำเนินคดีกับเปรเมช จันดรัน ผู้บริหารสูงสุดของมาเลเซียกินีและสตีเวน กาน บรรณาธิการของมาเลเซียกินี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดแถลงข่าวเมื่อเดือน มิ.ย. 2559 ที่มีการถ่ายทำนักวิจารณ์กล่าววิพากษ์วิจารณ์อธิบดีกรมอัยการ โมฮัมหมัก อพันดี อาลี ที่ล้างข้อหาทุจริตคอร์รัปชันให้กับนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค

ก่อนหน้านี้มีการสืบสวนสอบสวนราซัคโดยหน่วยงานสิบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในเรื่องที่ราซัคใช้เงินซื้ออสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ โดยผ่านตัวแทนแบบลับๆ ด้วยเงินที่ยักยอกมาจากกองทุนพัฒนาประเทศที่ชื่อ 1Malaysia หรือ 1MDB ซึ่งมีงบประมาณในส่วนนี้หายไปถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งจากการถูกยักยอกและการจัดการผิดพลาด มีอย่างน้อยราว 1,000-2,000 ล้านดอลลาร์ที่เข้าไปอยู่ในธนาคารของราซัค เอเชียเซนทิเนลระบุว่าการดำเนินคดีต่อผู้วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศทางการเมืองในมาเลเซียดูมืดมนลงไปอีก

สิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบัน จากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โทรเชิญชวนราซัคพบปะกับทางการสหรัฐฯ ที่วอชิงตัน จากนั้นก็มีการไล่ พรีท บันดารา อัยการสหรัฐฯ ในนิวยอร์กและขับอัยการที่แต่งตั้งในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกไปทั้งหมด ทำให้มีความกังวลว่าภาวะวุ่นวายของฝ่ายกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะส่งผลต่อการสืบสวนราซัคทำให้สืบสวนได้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ

สภาพการเมืองของมาเลเซียในตอนนี้ราซัคก็ดูจะกุมอำนาจไว้ได้มากจากที่เขาได้รับการหนุนหลังโดยพรรคอัมโน (United Malays National Organization) ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมเชื่อสายมลายูที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย พวกเขากำลังจะเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าในปีนี้เพื่อกระชับอำนาจของราซัคให้ต่ออายุการปกครองมาเลเซียไปได้อีก 5 ปี ขณะที่ฝ่ายค้านมาเลเซียในตอนนี้แตกกระจายในขณะที่หัวหน้าพรรคอันวาร์ อิบราฮิม ถูกสั่งจำคุกด้วยการถูกกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ

ในมาเลเซียมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลราซัคที่เรียกว่ากลุ่ม “เบอเซะ” (Bersih) ก็กำลังถูกเล่นงานจากฝ่ายรัฐบาลในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มีบางส่วนถูกสืบสวนในเรื่องที่จัดการจุดเทียนรำลึกถึงผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยไม่ได้ขออนุญาตตำรวจล่วงหน้า 10 วัน มีอีกบางส่วนที่ถูกตำรวจเรียกตัวเข้าพบโดยอ้างว่า “กระทำในสิ่งที่นำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายต่อสาธารณะ”

แอมเนสตี้แถลงว่าพวกเขารู้สึกตื่นตระหนกต่อการที่ทางการมาเลเซียพยายามปราบปรามนักกิจกรรมหรือผู้ประท้วงต่อต้านความไม่เป็นธรรมโดยอาศัยการสืบสวนของตำรวจที่ไม่มีมูลใดๆ เน้นย้ำให้เห็นถึงการใช้ระบบยุติธรรมเพื่อกลั่นแกล้งรังแกนักกิจกรรมและผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน ทำให้เกิดภาวะจำกัดการถกเถียงอภิปรายกันในมาเลเซียลดพื้นที่การเคลื่อนไหวของประชาชนลง

เอเชียเซนทิเนลระบุว่า มาเลเซียกินีเป็นสื่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่น่าเชื่อถือและใหญ่ที่สุด มีผู้เข้าชม 5 ล้านคนต่อเดือนในช่วงที่การเมืองเข้มข้น สื่อแห่งนี้ดำเนินการมา 18 ปีแล้วและมักจะถูกคุกคามหรือปราบปรามจากทางการมาเลเซียอยู่เสมอ โดยการดำเนินคดีกับพวกเขาล่าสุดเป็นเพราะพวกเขาถ่ายทอดสดผู้วิจารณ์อาลีที่เอื้อประโยชน์ต่อราซัค โดยที่ก่อนหน้านี้ราซัคสั่งปลดอธิบดีกรมอัยการคนเดิมก่อนที่เขาจะสั่งฟ้องคดีทุจริตคอร์รัปชันกับราซัค โดยที่จันดรันและกานถูกฟ้องร้องโดยอ้างกฎหมายการสื่อสารและมัลติมีเดีย

จันดรันบอกว่าสาเหตุที่พวกเขาถูกฟ้องน่าจะเป็นเพราะอาลีต้องการจัดการกับพวกเขา ขณะที่พวกเขามีโอกาสกาสสู้คดีนี้โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาเลเซียได้

ทางด้านอาร์ติเคิล 19 เปิดเผยว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงในมาเลเซียคือ กฎหมายการสื่อสารและมัลติมีเดีย ซึ่งต้องมีการปฏิรูปในเรื่องนี้ เพราะมันถูกนำมาอ้างใช้กำจัดคนที่วิจารณ์รัฐบาลผ่านอินเทอร์เน็ต และเป็นกฎหมายที่ละเมิดหลักการสิทธิมนุษยชนสากลในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมารัฐบาลมาเลเซียมีการจับกุมสื่อ ผู้เปิดโปง นักการเมืองฝ่ายค้าน ศิลปิน นักศึกษา ภาคประชาสังคม และผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีทุจริต 1MDB โดยอ้างใช้กฎหมายหลายมาตรา พวกเขาเรียกร้องให้มีการยกฟ้องจันดรันและกานรวมถึงกินีทีวีที่ถ่ายทอดการวิจารณ์ในประเด็นนี้ แต่เอเชียเซนทิเนลก็มองว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่พวกเขาจะยกฟ้องในเรื่องนี้เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียน่าจะคุมเข้มมากขึ้นในช่วงที่การเลือกตั้งใหม่กำลังใกล้เข้ามา

 

เรียบเรียงจาก

Malaysia Goes After Influential Opposition News Portal, 22-05-2017, Asia Sentinel

http://www.asiasentinel.com/politics/malaysia-goes-after-malaysiakini/