นิธิ เอียวศรีวงศ์และคณะนักวิชาการเยี่ยมไผ่-จตุภัทร์ ที่เรือนจำขอนแก่น

Posted: 23 May 2017 10:53 PM PDT    (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

นิธิ เอียวศรีวงศ์ และคณะนักวิชาการจากเชียงใหม่เยี่ยม ‘ไผ่ จตุภัทร์’ ที่ถูกคุมขังอยู่เรือนจำขอนแก่นโดยไม่ได้รับการประกันตัวจากคดี ม.112 โดยนิธิให้สัมภาษณ์หลังเยี่ยมด้วยว่าการจับกุมคุมขังด้วยโทษฐาน “ความผิดทางความคิด” เป็นสิ่งที่อาจไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ไม่น่าแปลกใจ เพราะสนามต่อสู้แข่งขันของสังคมไทยปัจจุบันนี้อยู่ที่ “ความคิด”

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ภายในเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น มีคณะนักวิชาการจาก จ.เชียงใหม่ อาทิ นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณะ เดินทางมาเยี่ยมและพูดคุยกับ ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ซึ่งถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน ระหว่างรอพิจารณาคดีในความผิดมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จากการแชร์ข่าวเพจบีบีซีไทย

โดยในวันนี้พ่อแม่ของไผ่คือ วิบูลย์ และพริ้ม บุญภัทรรักษา เดินทางมาที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ด้วย

นิธิ ให้สัมภาษณ์หลังพบไผ่ จตุภัทร์ด้วยว่า ได้พบไผ่อย่างที่ต้องการ ต้องใช้เวลานิดหน่อยแต่ก็ได้พบ ในฐานะของคนที่ไม่ได้เห็นไผ่บ่อยๆ ก็รู้สึกสุขภาพยังดี ตัวเขาเองบอกว่าสุขภาพยังดีอยู่ ทั้งนี้ ไม่ได้คุยนานเพราะระเบียบการเยี่ยมให้พูดคุยไม่เกิน 15-20 นาทีเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่ในระยะหลังมีผู้ต้องขังในคดีทางความคิดมากขึ้น นิธิ เอียวศรีวงศ์กล่าวว่า สิ่งที่เราไม่ค่อยเคยเห็นมาก่อนคือ “ความผิดทางความคิด” กลายเป็นสิ่งที่มีคนถูกจับกุมดำเนินคดีแยะมาก ซึ่งถามว่าประหลาดไหม ผมว่าก็ไม่ประหลาด ผมคิดว่าสิ่งที่ต่อสู้กันอย่างแหลมคมที่สุดในสังคมไทยตอนนี้ก็คือความคิด พูดภาษาวิชาการหน่อยคือ การต่อสู้ทางอุดมการณ์เป็นสิ่งที่แหลมคมที่สุด เพราะว่าคนทั่วๆ ไปธรรมดาที่ไม่มีกำลัง ไม่มีอะไร จะให้ไปต่อสู้ทางอื่นเขาคงไม่มีทาง แต่เขาสามารถต่อสู้ในเชิงความคิดได้มากที่สุด แล้วก็แน่นอนมนุษย์เราก็แค่นั้น จะให้ลุกขึ้นไปทำอะไรมากกว่านั้นมันก็ไม่ปลอดภัยต่อตัวเองหรือครอบครัว

เพราะอย่างนั้นเราจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราพบว่า กรณีที่มีการดำเนินคดี หรือมีผู้ถูกจับกุมคุมขังมากสุด ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิดทั้งสิ้น เพราะเป็นสนามของการต่อสู้แข่งขันของสังคมไทยในปัจจุบันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560 ศาลขอนแก่น ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ‘ไผ่ ดาวดิน’ เพื่อขอไปรับรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนปี 2017 ที่นครกวางจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยศาลให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ทำให้พ่อแม่ของไผ่ จตุภัทร์เดินทางไปรับรางวัลแทนลูกชายที่เมืองกวางจู สาธารณรัฐเกาหลีแทน โดยพ่อและแม่นำรางวัลมามอบให้ภายหลังเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา