Posted: 23 May 2017 11:51 PM PDT    (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

อัยการศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีทั้ง 17 คน ถูกกวาดจับคดี คดีอั้งยี่ฯ หลังเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ เมื่อ ส.ค.59 ชี้คดีมีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง และสั่งปล่อยตัวไป

ที่มาเฟซบุ๊กวิญญัติ ชาติมนตรี

24 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจากสมาพันธ์นักกฏหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะสาธารณะว่า เวลา 10:00 น. ทนายความจาก สกสส. ได้ไปสำนักงานอัยการฝ่ายศาลทหารกรุงเทพ พร้อมกับผู้ต้องหารวม 17 คน เข้ารายงานตัวตามนัดเพื่อฟังคำสั่งอัยการศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาสำนวนสอบสวนพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ที่สั่งฟ้อง 17 คน ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ และมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

วิญญัติ ระบุว่า ในวันนี้(24 พ.ค.60) อัยการศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาสำนวนแล้ว มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีทั้ง 17 คน ด้วยคดีมีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง และสั่งปล่อยตัวไป ทีมทนายจะได้ดำเนินการถอนหลักประกันต่อไป ในส่วนของคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการทหารกรุงเทพ ตามกระบวนการต้องส่งสำนวนและคำสั่งไม่ฟ้องเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผบ.ตร. หรือผช.ผบ.ตร. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับผู้ต้องหา 17 คน ประกอบด้วย 1.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง, 2.นายวีระชัฏฐ์ จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาว จ.นนทบุรี, 3.นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาว จ.ตรัง, 4.นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล, 5.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี กทม., 6.นางสาวมีนา แสงศรี อายุ 39 ปี กทม., 7.นายศิริฐาโรจน์ จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย, 8.นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาว จ.เชียงราย, 9.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.อ่างทอง, 10. นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม, 11.นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี ชาว จ.สกลนคร, 12.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช, 13.นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย, 14.นางสาวรุจิยา เสาสมภพ อายุ 52 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด, 15.นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช 16.ร.ต.ต.หญิง วิลัยวรรณ คูณสวัสดิ์ อายุ 54 ปี ชาว จ.หนองคาย และ 17. ร.ต.ท.สมัย คูณสวัสดิ์ อายุ 57 ปี ชาว จ.หนองคาย

ทั้งนี้การกวาดจับทั้ง 17 คน เกิดขึ้นหลังเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ ช่วง ส.ค.ปีที่ผ่านมา ในช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา 15 ใน 17 คน ไปที่ มทบ.11 และศาลทหารออกหมายจับมาแถลงข่าว ในวันที่ 19 ส.ค. 59 และศาลทหารอนุญาตฝากขัง 12 วัน ต่อมาวันที่ 23 ส.ค. ศาลได้อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว

สำหรับคดีดังกล่าวตามคำร้องขอฝากขังตนหนึ่งระบุว่า สืบเนื่องจาก พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ ฝ่ายข่าวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สืบทราบว่ามีกลุ่มแกนนำเสื้อแดง (นปช.) ได้ร่วมกันจัดตั้ง พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย โดยมีวัตถุประสงค์ ร่วมมือกับมวลชนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยจงใจสนับสนุนการต่อสู้ทุกรูปแบบ เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย จึงอาศัยอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวนมากเนื่องจากได้ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองและเคลื่อนไหวแบบปิดลับ เพื่อจัดตั้งพรรคแนวร่วมปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยมิชอบ เริ่มจากเดือนธันวาคม 2558 ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่น, นายวีระชัฏฐ์ จันทร์สอาด เป็นหัวหน้าฝ่ายต่างประเทศ นายประพาส โรจนพิทักษ์ และนายปราโมทย์ สังหาญ มีฐานะเป็นหัวหน้าผู้จัดการหรือแกนนำ ได้ร่วมกันกับพวก จัดการชุมนุมทางการเมือง ที่จังหวัดนนทบุรี มีหัวข้อในการชุมนุมคือ เพื่อการจัดตั้งพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย แสวงหาแนวร่วมและแบ่งมวลชนออกเป็น 11 เขตงาน ตามพื้นที่ภูมิภาค ร่วมเป็นสมาชิกพรรคฯ ตลอดมา

ต่อมาประมาณเดือน พฤษภาคม 2559-มิถุนายน 2559 ด.ต.ศิริรัตน์ และนายวีระชัฏฐ์ ได้ไปพบนายเหนือไพรฯ เพื่อพูดคุยแนวทางในการดำเนินงานของพรรคฯ เมื่อตกลงกันได้แล้วก็ได้ไปพบนายศิริฐาโรจน์เพื่อกำหนดเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวและการหาทุน ที่จะมาใช้ในการดำเนินงานของพรรคฯ น.ส.มีนา ได้ร่วมกิจกรรมดำเนินการกับสมาชิกของพรรคฯ ตลอดมา ต่อมาประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2559 ด.ต.ศิริรัตน์ นายวีระชัฏฐ์ นายประพาส นายชินวร และนายณรงค์ กับพวกได้จัดประชุมพรรคเพื่อกำหนดการดำเนินงานของพรรคที่ร้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง และยังไปจัดประชุมกันที่ศาาวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง และยังมีการเดินทางไปจังหวัดสุพรรบุรี เพื่อจัดประชุมบุคคลต่างๆ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ร.ต.ต.หญิงวิไลวรรณ และร.ต.ท.สมัย นายบุญภพ และน.ส.รุจิยา มีแนวคิดทางการเมืองสนับสนุนและเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดงหลายครั้ง วันที่ 13 ส.ค.2559 เจ้าหน้าที่รักษาความสงบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงเริ่มใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เข้าควบคุมตัว ด.ต.ศิริรัตน์ กับพวกรวม 17 คน มาทำการซักถามปากคำ ผลการซักถามปรากฏตามบันทึกการซักถาม โดยคสช.พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์การกระทำของ ด.ต.ศิริรัตน์กับพวกมีลักษณะเป็นสมชิกของคณะบุคคล ซึ่งคณะบุคคลในคดีนี้ก็คือพรรคแนวร่วมประชาธิปไตย ซึ่งรู้กันเฉพาะกลุ่มสมาชิก เมื่อมีการจัดประชุมในลักษณะปกปิด จึงเป็นการปกปิดวิธีดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์ว่าจะล้มล้างเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยวิถีที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ จึงมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย อันมีความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอานุญาตจากหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ” เป็นความผิดตามมาตรา 209 ของประมวลกฎหมายอาญาและตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ทำการสอบสวนครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 21 ส.ค. แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จนสิ้น จึงขอศาลโปรดอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่ 19 ส.ค.2559-30 ส.ค.2559 และหากผู้ต้องหาร้องขอปล่อยชั่วคราว ทางพนักงานสอบสวนขอคัดค้านเนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง และคดีดังกล่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศซึ่งเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นหรือหลบหนี